การปรับแต่ง ปลั๊กอิน Elementor Page Builder เพื่อให้เว็บไซต์เราสวยงาม

ElementorpluginPic

การสร้างเว็บไซต์ให้มีความสวยงามคือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะหน้าเว็บไซต์ก็เหมือนกับประตูหน้าบ้านหรือประตูหน้าร้านที่คอยต้อนรับผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอ หากว่าหน้าบ้านหรือหน้าร้านมีความสวยงามก็จะดูน่าเข้าในทางกลับกันถ้าหากว่าไม่มีความสวยงาม ไร้ความน่าสนใจ นอกจากจะไม่อยากเข้ายังพลอยทำให้ถูกมองผ่านอีกด้วย การจะสร้างเว็บไซต์ให้สวยงามจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆ อย่างพวกปลั๊กอินทั้งหลาย หนึ่งในปลั๊กอินที่ขอแนะนำสำหรับคนต้องการสร้างเว็บไซต์ให้สวยงามก็คือ Elementor Page Builder

เลือกใช้ปลั๊กอิน Elementor Page Builder ในการตกแต่งเพื่อให้เว็บไซต์เกิดความสวยงาม

Elementor Page Builder เป็นปลั๊กอินประเภท Page Builder อีกปลั๊กอินหนึ่งซึ่งพึ่งเปิดตัวมาในระยะเวลาไม่นานนี้ ด้วยความที่ปลั๊กอินประเภทนี้ค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่บรรดาผู้ใช้งานในการทำเว็บให้เกิดความยืดหยุ่นสำหรับการจัดวางเนื้อหา สร้างเลย์เอาท์ให้ทำง่ายมากยิ่งขึ้นแทนการใช้งาน shortcode แบบที่เคยทำเดิมๆ ให้กลายมาเป็นแบบ Drag & Drop ซึ่งขอบอกเลยว่ากระแสตรงนี้ได้รับความนิยมสูงมากดังนั้นทุกๆ เว็บไซต์เกือบทั้งหมดจึงจำเป็นต้องมี Page Builder ไว้เพื่อการทำหน้า Landing Page ของตัวเอง สำหรับ Landing Page ก็คือเพจที่ต้องการความสนใจมากกว่าทั่วไป ปกติแล้วมันไมได้หมายความว่าต้องเป็น Homepage เสมอไป อาจเป็น Event, About, Salepage, Portfolio, Contact หน้าไหนก็ได้ เราสามารถสร้างความน่าสนใจให้เกิดขึ้นได้ด้วยการ Page Builder จะให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการพิมพ์ข้อความแล้วแทรกด้วยรูปภาพซ้ายขวาเหมือนที่เคยทำ

การติดตั้ง Elementor Page Builder

สำหรับปลั๊กอิน Elementor Page Builder ถือว่าเป็นปลั๊กอินฟรีสามารถหาดาวน์โหลดกันได้ ทำการติดตั้งได้ด้วยการผ่านเมนู Plugins – Add New ได้ทันที เสิร์ชชื่อ Elementor Page Builder ก็ทำได้แล้ว เมื่อทำการติดตั้งแล้วเมนูบาร์ซ้ายมือจะมีเมนูชื่อ Elementor เพิ่มขึ้นมา เราสามารถเข้าไปทำการตั้งค่าเมนู Elementor สำหรับการกำหนดว่าต้องการใช้กับ Post, Page หรือ Custom Post Type อื่นๆ ที่สำคัญยังสามารถทำการกำหนด user ระดับต่างกันว่าให้ใช้งานได้หรือไม่ที่ Exclude Roles เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้งานนักเขียนหลายๆ คน แต่ว่าต้องการให้บางกลุ่มไม่สามารถใช้งาน Elementor ได้ ส่วนตัว Default Generic Fonts คือฟอนท์มาตรฐานนั่นเอง ด้านเมนู System Info จะเป็นหน้ารายงานที่เกี่ยวข้องกับระบบเว็บของเรา เป็นการช่วยให้เรานั้นรู้จักเว็บของตนเองมากยิ่งขึ้น มีความสะดวกหากต้องการตรวจสอบข้อผิดพลาดต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอโดยเฉพาะข้อผิดพลาดที่เกิดจากตัวระบบที่มีความไม่เข้ากันอยู่ เป็นต้น ถือว่าเป็นปลั๊กอินที่น่าสนใจและควรค่าแก่การนำมาใช้งานเป็นอย่างยิ่งสำหรับ Elementor Page Builder

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์

เมื่อเราสร้างเว็บขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำต่อจากนี้ คือ การดูแลรักษาเว็บให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีอยู่เสมอ ดังนั้นสิ่งสำคัญ เราต้องหมั่นวัดประสิทธิภาพการทำงานของเว็บ หรือเรียกว่า E-metric ซึ่ง E-metric นี้จะวิเคราะห์ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ข้อมูล รวมถึงสถิติ ของเว็บไซต์ จึงมีประโยชน์มากที่เราจะเอาข้อมูลจากการวิเคราะห์นี้ มาพัฒนาประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเราให้ดีอยู่เสมอ  ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำการดูเว็บให้ปลอดภัยซึ่งเมื่อเว็บปลอดภัย ความมีประสิทธิภาพการทำงานของเว็บก็จะยังคงอยู่ในสภาพที่ดีตามไปด้วย

  • กำหนดใครบ้างที่สามารถเข้าถึงแต่ละโฟลเดอร์ เป็นการกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานและการเข้าถึงแต่ละ Folder เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการที่จะถูกฝัง code or folder ที่อันตราย ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนแรกๆ ที่ทุกเว็บไซต์ต้องทำ
  • รู้ส่วนประกอบรวมไปจนถึงการทำงานของเว็บ สิ่งสำคัญในการดูแลเว็บคือเราต้องรู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ ที่เราติดตั้งในเว็บนั้นมีอะไรอยู่บ้าง มีการใช้เทคโนโลยีในส่วนไหน และจะต้องได้รับความปลอดภัยในการแลดูระบบทั้งหลาย เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์,ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์, เว็บเฟรมเวิร์ค, ระบบ CMS, Proxy Server, ระบบ DNS, SSH, FTP, SSL, Operating System เป็นต้น เมื่อเรารู้แล้วว่าในระบบเซิร์ฟเวอร์ของเว็บเราประกอบด้วยอะไรบ้าง หลังจากนั้นให้เราวางแผนเพื่อป้องกันความปลอดภัยในแต่ละส่วนให้ดี
  • Update all Patch คือการที่เราต้องขยันอัพเดต patch เพราะหลายๆ ครั้ง เว็บจะคุกคามที่ล่มลง เพราะว่าเราไม่รอบคอบ ไม่สนใจที่จะอัพเดต patch ให้มีความเป็นปัจจุบัน ดังนั้นการที่เราจะดูเว็บไซต์ให้อยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อย่าลืมที่จะ update patch ที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา
  • ห้ามใช้ Default ข้อสำคัญที่หลายคนมองข้าม คือการตั้งรหัสผ่าน เราควรตั้งรหัสผ่านให้มีความปลอดภัย กำหนดรหัสผ่านในทุกๆ ส่วนประกอบ ของ website และจะต้องตั้งให้ยากๆ โดยเฉพาะ ระบบสำรอง, Cote ที่อยู่ระหว่างพัฒนา, ระบบโปรดักชั่น หรือแม้แต่ระบบทดสอบ บางเว็บไซต์ไม่มีการตั้งรหัสแม้แต่ระบบเดียว พฤติกรรมเหล่านี้เป็นถือเป็นความประมาทอย่างร้ายแรง ดังนั้นเราไม่ควรละเลยต่อการตั้งรหัสผ่านทุกๆ ส่วนประกอบ
  • ใช้ HTTPS ซึ่งประโยชน์ของตัว https นอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยให้ website แล้ว ยังช่วยเพิ่ม SEO Ranking ด้วย แถมยังป้องกันการดักขโมยหรือปลอมแปลงดาต้าได้ด้วย
  • สำรองข้อมูล เป็นวิธีที่ค่อนข้างจำเป็นที่เราจะต้องสำรองข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์อื่นด้วย ช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลในเว็บหาย
  • จัดประเภทไฟล์ให้ดี การจัดระเบียบไฟล์เป็นตัวช่วยให้เราทราบได้ไวขึ้นว่ามีไฟล์ใดถูกปลอมแปลงเข้ามา

หลายๆ เว็บไซต์ มีการสร้างเว็บขึ้นมาแต่กลับปล่อยทิ้งให้เว็บร้าง ไม่มีการอัพเดตข้อมูล หรือดูแลประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ขายสินค้า ซึ่งต้องมีลูกค้าเข้ามาดูอยู่ตลอด การที่เราดูแลเว็บอยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าเราใส่ใจในการบริการลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายไปด้วย และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเว็บยังมีอีกหลายปัจจัยมากๆ ให้ท่านได้เลือกทำนอกเหนือจากที่กล่าวมา

Photoshop เป็นโปรแกรมแบบไหน

การจะสร้างเว็บๆ หนึ่ง นอกจากเนื้อหาที่ดีถูกต้องและดีแล้ว ความสวยงามก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนเข้ามาชมเว็บของเรามากขึ้น เพิ่มโอกาสในการค้ามากขึ้น หากเว็บของเราเป็นเว็บเพื่อธุรกิจการค้า  ซึ่งการทำเว็บให้สวยงามในที่นี้หมายถึง การแตกแต่งเว็บด้วย background ที่สวยสะอาดตา รูปภาพประกอบที่เหมาะสม ภาพชัดเจน เพิ่มสีสันให้เว็บไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งในบทความนี้เราจึงยกเอาโปรแกรมๆ หนึ่ง คิดว่าหลายๆ คนคงรู้จักดี หรืออาจจะมีหลายท่านที่ยังไม่รู้ นั่นก็คือ โปรแกรมโฟโต้ช็อป ก่อนที่จะเรียนรู้ว่ามันดีอย่างไรต่อเว็บของเรา เรามาทำความรู้จักโปรแกรมนี้กันแบบคร่าวๆ ก่อนดีกว่า
ในตระกูล Adobe นั้นมีหลากหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งาน เช่น Adobe Illustrator CS, Adobe InDesign CS, Adobe Acrobat 9.3 Professional, Adobe Flash CatalystTM CS,  Adobe Flash Professional CS, Adobe Flash BuilderTM 4 Standard, Adobe Dreamweaver CS, Adobe Fireworks CS, Adobe Contribute CS, Adobe Premiere Pro CS,  After Effects CS , Adobe Soundbooth CS, Adobe OnLocationTM CS, Adobe Encore CS, Adobe Bridge CS และอีกหลายโปรแกรม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโปรแกรม  Photoshop เป็นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ แก้ไข รูปภาพ เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น ตกแต่งภาพถ่าย สร้างกราฟฟิก  ด้านสิ่งพิมพ์ มัลติมีเดีย การรีทัช และที่สำคัญในบทความนี้ก็คือ การใช้โปรแกรมนี้ในการสร้างภาพขึ้นมาเพื่อตกแต่งหน้าเว็บของเราให้สวยงาม

ตกแต่งหน้าเว็บของเราให้สวยงามด้วยโฟโต้ชอป

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะทำเว็บไซต์เราต้องเตรียมเนื้อหา และรูปภาพที่เหมาะสมกับเนื้อหาไว้ก่อนอยู่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้เนื้อหาและรูปภาพเหล่านี้มีความน่าสนใจมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากเว็บนี้ทำขึ้นสำหรับวัยรุ่น เว็บก็จะต้องมีสีสันที่สดใส หากเป็นเว็บสำหรับขายสินค้า ก็ควรมีรูปภาพสินค้าที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่า เราสามารถทำได้ด้วยโปรแกรมโฟโต้ชอป ดังนี้

  • ขนาดของไฟล์ภาพ โดยส่วนใหญ่แล้วหากเราต้องการให้เว็บของเร็วขึ้นภาพนั้นมีความสำคัญมาก หากไฟล์ภาพเราใหญ่เว็บก็จะโหลดช้าตามไปด้วย ซึ่งโปรแกรมโฟโต้ชอปนี้ก็สามารถทำได้ เช่นถ้าเป็นภาพเคลื่อนไหวก็ต้องไฟล์สกุล GIF หากเป็นภาพธรรมดาก็ใช้สกุล JPEG เป็นต้น
  • การปรับแต่งรูปภาพให้มีความคมชัด ให้เราปรับที่ตัว Brightness/Contrast ขั้นตอนคือ เลือก Image >Adjustment >Brightness/Contrast  หากเลือกช่อง Brightness เมื่อเลื่อนขวาจะเพิ่มความสว่าง เลื่อนซ้ายจะลดความสว่าง และหากเลือก contrast เลื่อนขวาเพิ่มความคมชัด เลื่อนซ้ายลดความคมชัด
  • การปรับแต่งรูปภาพให้มีความสมดุล โดยเลือกไปที่ Image>Adjustments>color Balance ขั้นตอนนี้มีคีย์ลัดคือ Ctrl+B จากนั้นลากเพื่อหาสีที่ต้องการได้เลย
  • การปรับแต่งรูปภาพด้วยการเพิ่มเอฟเฟค คลิกไปที่เมนู Filter>Render>Lighting Effects จากนั้นปรับค่าแสงต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ

เพียงเท่านี้ท่านก็จะได้ภาพที่มีความสวยงามมากขึ้น ซึ่งที่กล่าวมาเป็นแค่เพียงไม่กี่วิธี ในโปรแกรมโฟโต้ชอป ยังมีความสามารถอีกมากมายที่จะช่วยให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการแต่งรูปเพื่อทำมาใช้ในเว็บไซต์ของท่าน

สร้าง Website ให้ไหลลื่นด้วยเทคนิคง่ายๆ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบหาข้อมูลจาก website ต่างๆ ผ่านระบบ internet สิ่งที่ทำให้คุณหงุดหงิดมากนั่นก็คือ ระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บ ซึ่งบางทีความช้าตรงนี้อาจจะไม่ใช่ความผิดของ internet บ้านคุณก็ได้ เพราะเว็บไซต์ก็มีส่วนเหมือนกัน ดังนั้นใครที่อยากจะสร้าง web site ควรคำนึงในส่วนนี้ด้วย เพราะถ้าหากเว็บไซต์ของคุณช้า คนเข้าเว็บจะน้อยลง แถมอันดับ Search Engine Ranking แย่ลงด้วย ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้ website ของคุณไหลลื่น เหมือนหล่อด้วยน้ำมันหล่อลื่นกันเถอะ
Theme  ตีมแต่ละรูปแบบถูกส้างขึ้นมาในคุณภาพที่ต่าง มีตั้งแต่ดีมากๆ ไปจนถึงต่ำแบบสุดๆ  ตีมเป็นสิ่งหนึ่งที่ใครจะสามารถสร้างมาขายก็ได้ ดังนั้นการเลือกใช้ตีมต้องเลือกอย่างระมัดระวัง ควรเลือกตัวที่ได้รับความนิยมมากๆ บริษัทที่สร้างตีมมีทั้งในและต่างประเทศ อย่างในบ้านเราที่ได้รับความนิยมก็คือ Seed Themes ตัวอย่างของต่างประเทศ เช่น  Genesis Framework ตัวนี้ได้รับการยอมรับว่าความเร็วดีมาก แต่ข้อเสียอยู่ที่ไม่สามารถปรับอะไรได้มากนัก ส่วนตัวที่ช้าลงมาหน่อยก็จะเป็น  Divi ของ Elegant Themes  ช้าเสียของการโหลดช้าลงมาหน่อยจึงทำให้ตัวนี้มีข้อดี คือ สามารถปรับเปลี่ยนได้หลาบรูปแบบมากขึ้น


Plugin  ทำหน้าที่เสริมฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เว็บเราให้มีความสามารถมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ ทำให้เว็บไหลลื่นมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ website ของเรามีปลั๊กอินน้อย ก็จะทำให้ความสามารถเว็บลดลง แต่ถ้ามีปลั๊กอินมากไป ก็จะทำให้เว็บช้าลง ดังนั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา เอาเท่าที่จำเป็น และเกิดประโยชน์กับผู้เข้าชม ซึ่งการเลือกปลั๊กอินเท่าที่จำเป็นจะอยู่ประมาณ 10-15 ตัว ต่อเว็บไซต์      Hosting  เปรียบเสมือนทำเลในการตั้งร้าน สมติว่าเราต้องการจะสร้างร้านอาหารสักร้าน เราก็ต้องเลือกทำเลที่มีคนผ่านเยอะๆ จอดรถง่ายๆ เดินทางสะดวก อะไรทำนองนี้ เช่นเดียวกับการเลือก hosting  ควรเลือกให้เหมาะกับเว็บเรา เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง ราคา เทคนิคคอลซัพพอร์ตต่างๆ หรือแม้แต่ตำแหน่งที่ตั้งของเซอร์เวอร์ที่ดี  ดังนั้นการตัดสินใจเลือก hosting จึงต้องศึกษารายละเอียดไว้มากๆ ก่อนที่ตัดสินใจฝากข้อมูลลง
บีบอัดรูปภาพเพื่อลดขนาดของไฟล์ ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เว็บช้า ก็คือภาพ ยิ่งภาพใหญ่ๆ ยิ่งช้า ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ที่ใครๆก็รู้ เป็นวิธีสุดเบสิค นั่นคือการลดขนาดไฟล์ภาพแต่รายละเอียดของภาพก็ยังเท่าเดิม
เลซี่โหลด การทำ lazy load เหมาะมากสำหรับ website ที่มีรูปภาพและเนื้อหาเยอะๆ ลักษณะของตัวนี้คือ เมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรายังเลื่อนไปไม่ถึงจุดที่มีรูป รูปก็จะยังไม่โหลดขึ้น ทำให้ความเร็วในการท่องเว็บไซต์ของเราไหลลื่นมากขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว
Content Delivery Network (CDN) บริการที่จะเก็บแค ของ website เราไวใน serverในที่ต่างๆทั่วโลก ตัวนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเว็บที่มีชาวต่างชาติเข้ามาชม ให้เข้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว แถมเจ้าตัว CDN นี้มันยังสามารถปกป้องเว็บของเราจากผู้ประสงค์ร้าย ไม่ให้เข้ามาแฮคระบบได้ด้วย
นอกเหนือจากในบทความนี้ยังมีอีกหลากหลายเทคนิคมากๆ ที่ช่วยให้เว็บของเราไหลลื่นมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามนอกจากจะสร้างเว็บให้เร็วแล้ว อย่าลืมที่จะสร้างเว็บที่สร้างสรรค์ มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อที่ผู้เข้าชมจะได้รับข้อมูลต่างๆ ไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพ

วาง layout เว็บไซต์อย่างไรให้เหมาะสม

ขั้นที่สอง รองจากการสร้างหัวข้อ ก็คือการวางแผนหรือจัดวางรูปแบบของเว็บไซต์เรา ว่าอยากจะให้ webpage ออกมาในรูปแบบไหน มีเนื้อหาอะไรอยู่ตรงไหน โดยส่วนประกอบหน้าเว็บหลักๆ มีอยู่ 4 ส่วนคือ Header, Menu, Footer และ Contents

  1. กำหนดขอบเขต คือ ต้องกำหนดขอบเขตของหน้าเว็บให้แน่นอน ว่าแต่ละส่วนมีอะไรบ้าง จัดหมวดหมู่ให้เหมาะสม อย่าให้ปนเปกัน หรือออกนอกขอบเขตที่กำหนดไว้ ดังนี้
  • ส่วนบนสุด (Header) ส่วนนี้เราจะใส่ภาพโลโก้ของ website
  • แถบต่างๆ ด้านซ้ายมือ (Menu) ส่วนนี้จะมีเมนูต่างๆให้เลือก ที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาแต่ละหน้า
  • ส่วนล่างสุด(Footer) ส่วนนี้จะเป็นพื้นที่ ที่มักจะใส่ E-mail ข้อมูลติดต่อ หรืออ้างอิงต่างๆ
  • ตรงกลาง (Contents) เป็นส่วนหลักๆของเว็บของเรา เพราะส่วนนี้คือส่วนเนื้อที่จะให้ข้อมูลกับผู้เข้าชมเว็บ

  1. แบ่งสื่อ เป็นการแบ่ง วีดีโอ รูปภาพ และข้อความ ออกจากกัน โดยให้เอาส่วนที่ต้องการเน้นอยู่ด้านบนสุด หรือไม่ก็ล่างสุด เพื่อเป็นการเน้นให้ website มีความน่าสนใจ ไม่วางแบบสะเปะสะปะ นอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ในบางครั้งจะทำให้เว็บของคุณโหลดช้ามากขึ้น สร้างความหงุดหงิด รำคาญใจ กับผู้เข้าชมเว็บได้อีกด้วย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะเน้นส่วนไหน ง่ายๆ คือ ให้ดูที่เนื้อหาและจุดประสงค์ของเรา หากเว็บของเราเป็นเว็บหายสินค้า แน่นอนว่าลูกค้าที่เข้ามาสินใจสินค้า ดังนั้นเราควรเน้นภาพ หากเว็บไซต์มีเนื้อหาเชิงวิชาการ เราก็ควรเน้นข้อความ ให้ข้อความอยู่ด้านบนสุดเลยยิ่งดี นอกจากนี้ควรเป็นเนื้อหาที่ถูกต้องและเหมาะสมด้วย แต่ถ้าเว็บของเราเป็นในลักษณะของการให้ความบันเทิง เราควรเน้นวีดีโอ โดยให้มีข้อความสั้น กระชับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าชมเว็บ แล้วยังทำให้คนเข้ามาชมเยอะด้วย
  2. การกำหนดขนาดหน้าเว็บ การกำหนดหน้าเว็บควรกำหนดให้เหมาะสมกับขนาดของหน้าจอภาพทุกขนาด ซึ่งปัจจุบัน smartphone tablet มีขนาดหน้าจอหลายขนาดมาก ดังนั้นควรเลือกออกแบบให้เป็น Responsive Web Designมันคือการ Design website ให้รองรับขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ และที่สำคัญไม่สมควรเป็น scrall bar แนวนอน เนื่องจากตัวนี้จะทำให้การเลื่อนดูเนื้อหามีความยุ่งยาก
  3. จำนวนจอภาพ หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหามาก ควรแบ่งเนื้อหาออกเป็นหน้าๆ จะสวยงามและเหมาะสมกว่า กันทำเว็บยาวๆต่อกันเกิน 3 มันอาจจะยาวเกินไป ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างมาก
  4. HTML5 ออกแบบ website ให้เว็บเป็นแบบ HTML เวอร์ชั่นนี้ เพื่อรองรับกับผู้เข้าชมเว็บที่ไม่ชอบความรำคาญจากพวก flash ต่างๆ แถมเวอร์ชั่น 5 ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ง่ายต่อผู้เขียนเว็บอีกด้วย

Plugin ส่วนเสริมของเวิร์ดเพรสที่เหมาะสม

ก่อนที่เราจะได้รู้ทราบถึงการใช้ปลั๊กอินในwordpress ให้เหมาะสมกับความจำเป็นนั้นเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักกับเจ้าตัว WordPress กันก่อนดีกว่า ว่ามันคืออะไร แล้วมีหน้าที่อย่างไร
เวิร์ดเพรส (wordpress) คือโปรแกรมๆหนึ่ง ที่มีไว้ Contents Management System (CMS) หรือแปลง่ายๆก็คือ เป็นโปรแกรมที่ไว้จัดการเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต ก่อนหน้าที่จะมีเวิร์ดเพรสใช้ เราจะต้องใช้โปรแกรม เช่น Microsoft Fontpage  เพื่อมาออกแบบและสร้าง website บนคอมพิวเตอร์ ทั้งยุ่งยากและหลายขั้นตอน ด้วยเหตุนี้จึงมีการสร้างเวิร์ดเพรสขึ้นมา เพื่อการจัดการเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ log in เข้าสู้ system เพียงเท่านั้น ท่านก็จะสามารถใช้งานผ่าน internet ได้ทันที และตัว wordpress จะสามารถอัพเกรตได้เมื่อส่วนเสริมอย่าง plugins (ปลั๊กอิน) เข้ามา ปลั๊กอิน เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นให้กับเวิร์ดเพรสได้มากขึ้น หรือเรียกง่ายๆว่า เป็นตัวกำหนดว่าใน เว็บไซต์ของเรานั้น จะสามารถทำหน้าที่อะไรได้บ้าง ซึ่งเจ้าตัวปลั๊กอินนี้มีมากมาย หลายหน้าที่มากๆ ผู้ที่ทำเว็บไซต์มาหลายๆ เว็บก็จะรู้ว่าเราควรเสริมปลั๊กอินไปอย่างเหมาะสม ไม่ให้มากไป หรือว่าน้อยเกินไป ในบทความนี้เราจึงเลือกมาเพียงปลั๊กอินพื้นฐาน ที่คิดว่าจำเป็น และเหมาะสมกับเว็บไซต์ ดังนี้


WP Super Cache เป็นปลั๊กอินที่มีหน้าปรับปรุงความเร็วให้กับ website ให้โหลดได้ไวขึ้น ซึ่งเหมาะกับการใช้งานอย่างหลากหลายของเวิร์ดเพรส
Contact Form 7 เป็นตัวช่วยให้ลูกค้าที่เข้าชมเว็บสามารถติดต่อกับเจ้าของเว็บผ่านอีเมล์ได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เจ้าของเว็บไม่พลาดโอกาสที่จะติดต่อกับลูกค้า แถมยังเพิ่มความสะดวกให้ แถมยังประหยัดเวลาของลูกค้าได้อีกด้วย
WP-Polls คือตัวสร้าง polls หรือว่าโพล นั่นเอง ปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยเสริมความสะดวกในการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าชมเว็บเรา ได้ติเตียน ชมชอบ ทำให้เราสามารถนำข้อมูลจากการคอมเม้น มาปรับปรุง website ให้ดีขึ้น
All in One SEO Pack เป็นตัวโปรโมท website ให้อยู่อันดับต้นๆ เพื่อแข่งกับเว็บอื่นๆ ปลั๊กอินตัวนี้จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เว็บของคุณได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้นๆจากกูเกิ้ล ทำให้ลูกค้าเห็นเว็บคุณก่อนเว็บอื่นๆ
TinyMCE Advanced  เป็นปลั๊กอินที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้างเนื้อหาของคุณผ่านโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด
LightBox  ใช้สำหรับใช้ในการ Zoom ภาพ เพื่อให้เห็นถึงรายละเอียดภาพที่ชัดเจนขึ้น
Easy Facebook Like Button  ปลั๊กอินตัวนี้เป็นตัวที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจเว็บของคุณ ได้แชร์หรือว่าแบ่งปันเว็บไซต์ไปให้เพื่อนๆ ของเขาผ่าน facebook หรือหากผู้เข้าชมชอบเว็บไซต์ของคุณ ก็จะมี LIKE Button ให้
ซึ่งที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงปลั๊กอินพื้นฐานๆ ที่เราเห็นได้ทั่วๆไป ทั้งนี้การเลือกปลั๊กอินก็ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ของคุณด้วยว่า คุณต้องการครีเอทให้ออกมาแบบไหน เพื่อการใช้งานอย่างไร หรือใช้กับลูกค้ากลุ่มไหน เป็นต้น